imotto.me

A small journal for people who travel slowly. Field notes, gear reviews, and the occasional opinion piece.

Explore

All storiesTravelTech

Meta

About
© 2026 imotto.me
Travel

Mardi Himal Trek — เนปาลครั้งแรกสำหรับคนที่ไม่ค่อยชอบเดิน

จากคนที่ไม่ค่อยชอบเดิน trek หลังจบทริป Mardi Himal 5 วัน กลับติดใจจนสัญญากับตัวเองว่าต้องกลับมาเนปาลอีกแน่ — รีวิวค่าใช้จ่าย อาหาร วัฒนธรรม และทริปวันต่อวัน

Back to stories
Adisak Chaiyakul
Developer | Biker | Music Lover
Apr 26, 2026 18 min read

จากคนที่ไม่ค่อยชอบจะเดิน trek เท่าไหร่ หลังจากจบทริปนี้ผมเริ่มติดใจแล้วสิ — สัญญากับตัวเองไว้เลยว่าเดี๋ยวเจอกันอีกแน่เนปาล

เดี๋ยวผมจะมารีวิวคร่าวๆ ให้ฟังว่า Mardi Himal เป็นยังไงบ้าง ก่อนจะพาเดินดูรูปทริปวันต่อวันกัน

รีวิว Mardi Himal

1. เขาว่าง่าย ง่ายจริงมั๊ย

สำหรับผม ผมคิดว่าง่ายนะ ตอนแรกผมคิดว่ามันจะลำบากกว่านี้เยอะ เหตุผลที่มันง่ายเพราะเราไม่ต้องเตรียมอาหารไปเยอะ นอนสบาย เพราะมี tea house ตลอดทาง ขนาดไปถึงยอด view point ยังมีร้านน้ำชาเลย อารมณ์แบบเราเดินขึ้นภูสอยดาว 5 วันติดแต่เส้นทางเดินจะง่ายกว่าหน่อย ไม่ได้ชันมากเกินไป — แต่ถ้าใครเตรียมตัวมาไม่พร้อมก็อาจจะแย่เอาได้เหมือนกัน

2. ค่าใช้จ่าย

ในทริปนี้ต่อคนน่าจะหมดไปประมาณ 50,000 บาท แยกเป็น:

  • ค่าเครื่องบินระหว่างประเทศ 15k (การบินไทย)

  • ค่าทริป 20k (รวมที่พัก รถรับส่งตลอดทริป ค่าเครื่องบินภายในประเทศ)

  • ค่าอาหาร ของฝาก อุปกรณ์เดินป่า 12k

  • ค่าทิปลูกหาบ 3k

3. ความสวย

สวยมาก อาจจะเพราะไม่เคยเห็นวิวแบบนี้มาก่อน ทำให้รู้สึกว่าธรรมชาติมันช่างยิ่งใหญ่ซะเหลือเกิน แต่เขาบอกว่านี่ไม่ใช่เส้นทางที่สวยที่สุดหรอกนะ — เทียบกับความลำบากแล้วถือว่าคุ้มมากๆ ละกัน

4. อาหาร

สั้นๆ — พกน้ำพริก น้ำปลา ซอสของไทยไปด้วย อย่างน้อยสั่งข้าวไข่เจียวเยอะซอสกินก็ยังพอเอาตัวรอดได้ สำหรับคนไทยการจะต้องปรับตัวไปกินอาหารเนปาลอาจจะปรับตัวยากนิดนึง อาหารหลักๆ ก็ dal bhat (แกงถั่วกับข้าว), momo, samosa

5. วัฒนธรรมและผู้คน

ผมว่าคนเนปาลใจดีนะ ส่วนมากแล้วจะพูดอังกฤษได้ ไม่ค่อยยุ่งวุ่นวายกับเราเท่าไหร่ ต้อนรับนักท่องเที่ยวดีเลยทีเดียว อาจเป็นเพราะนี่เป็นหนึ่งในรายได้หลักของประเทศด้วย

สิ่งที่น่าสนใจอีกอย่างคือเรื่อง ความหลากหลายทางศาสนา ที่นี่มีทั้งฮินดู พุทธ และศาสนาอื่นๆ อยู่ร่วมกัน หากเดินในเมืองจะเห็นทั้งวัดฮินดู เจดีย์พุทธ และแม้กระทั่งโบสถ์คริสต์ผสมรวมกันอย่างไม่แบ่งแยก

6. การเดินทางในประเทศ

ทริปนี้เรานั่งเครื่องไป Pokhara ทำให้ประหยัดเวลาได้เยอะ — แค่ 30 นาที แต่ราคาก็แพงเอาเรื่อง ผมไปดูราคาสำหรับนักท่องเที่ยว คือ 100 USD ต่อเที่ยว ถ้าไม่นั่งเครื่องก็นั่งรถทัวร์หรือเหมารถจี๊ปเป็นวันเลยทีเดียว นั่งกันรากงอก แต่ก็ประหยัดไปได้เยอะ ถนนในเนปาลค่อนข้างไม่ค่อยดี มีทางที่กำลังทำอยู่เยอะมาก ฝุ่นเยอะ แล้วก็แคบด้วย

7. เกร็ดเล็กน้อย

  • อย่าคาดหวังกับการชาร์จแบตที่ tea house เพราะเขาใช้ solar cell — เตรียม power bank ไปซัก 2 อันอย่างน้อย

  • อาหารยิ่งสูงยิ่งแพง แต่โดยรวมก็ถือว่าไม่แพงมากนะ อย่ากินเอาอร่อย กินแค่พออยู่ไม่ต้องสั่งเยอะ

  • รีบอาบน้ำก่อนแค้มป์ล่างๆ ข้างบนจะไม่ได้อาบเอา

  • เสื้อกันฝนสำคัญมาก ทำยังไงก็ได้ เท้ากับตัวอย่าเปียก ไม่งั้นหนาววววววว

  • บนเขาคือใช้แต่เงินเนปาลเท่านั้น แลกไปให้พร้อม

Day 0 — จากกรุงเทพถึง Pokhara

5 Day Trek Nepal — Mardi Himal
เนปาล ประเทศที่อยากไปนะ แต่ขอเก็บไว้หลังๆ เลย เพราะอยากไปปั่นจักรยานมากกว่า รู้แหละว่าสวยเดี๋ยวค่อยมาเก็บ — ไปๆ มาๆ ได้มาเฉยเลยวะ

เที่ยวบินภายในประเทศที่นี่ สำหรับนักท่องเที่ยวเขาจะ fixed price ไว้ประมาณ 100 USD เลยนะ ถือว่าแพงเอาเรื่อง สนามบินยังไม่ค่อยใหญ่เท่าไหร่ — เหมือนขนส่งหมอชิตแต่เล็กกว่า 4 เท่า แล้วเครื่องดีเลย์แน่นอน ประมาณ 30–60 นาที แต่ใครจะนั่งรถก็ทั้งวันนะ ถ้าชีวิตยังลำบากไม่พอก็ลองดูได้ 555

Buddha Air
ทริปนี้เราบินกับ **Buddha Air** รับรองมีพระเจ้าคุ้มครองแน่ หลักๆ จะมี Buddha Air กับ Yeti — แต่ Yeti เพิ่งมีข่าวเครื่องตกไปนะ 5555 การเดินทางด้วยเครื่องบินก็ปลอดภัยที่สุดในโลกแล้ว ดีที่เราไม่ได้ไป EBC ไม่งั้นได้เจอ runway ที่สั้นที่สุดในโลกที่สนามบิน Lukla
สนามบิน Domestic
เหมือนขนส่งหมอชิตแต่เล็กกว่า 4 เท่า
Domestic Terminal
กลุ่มเตรียมบิน
ทริปนี้เราบินกับ Buddha Air
สนามบิน Pokhara
น่าแปลก สนามบิน Pokhara เหมือนจะสร้างใหม่ สวยเลย
ทีม Himalayan Yatri
ทริปนี้เราเดินทางกับ **Himalayan Yatri** เจ้าของเป็นชาวเนปาลที่เคยมาเรียนที่ไทย (พี่ซัน พี่เจน) ทริปนี้ก็เลยชิวๆ เพราะมีคนพูดไทยได้ — ส่วนหนุ่มหน้ามลสองคนนี้ คนซ้ายเป็นคนนำทางเราเอก ชื่อ **กฤษณะ** (พี่เขาบอกเรียก "คริสนา" เคๆๆ) คนขวาคนขับรถจำชื่อไม่ได้

ไม่แน่ใจว่าถนนที่นี่หรือพระราม 2 สู้ชีวิตกว่ากัน แต่ไกด์บอกว่า เนปาลฝุ่นเยอะมาก (จริง) เพราะมีการก่อสร้างเยอะ แล้วก็อากาศแห้ง ใครไปเอาผ้าบัฟไปก็ดี

Pokhara Traveller

Day 1 — Kande → Australian Camp → Deurali

เริ่มออกเดินทางจากหมู่บ้าน Kande ไปยัง Australian Camp ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง ทางเดินที่นี่สำหรับผมถือว่าง่าย — แต่เห็นคนในกลุ่มบ่นว่ามีแต่บันได เดินมาเรื่อยๆ ก็จะเจอหมู่บ้านตลอด เราต้องเดินตามสัญลักษณ์ ฟ้าขาว ซึ่งเป็นสีของเส้นทาง Mardi Himal

เริ่มต้นจาก Kande
เริ่มออกเดินทางไปยัง Australian Camp
บันไดเยอะ
คนในกลุ่มบ่นว่ามีแต่บันได
สัญลักษณ์ฟ้าขาว
เดินตามสีของเส้นทาง Mardi Himal
ผู้คน
ผู้คน
ผักคะน้า
มีผักคะน้าด้วย เสียดายไม่มีหมูกรอบ
แพะ
แทบทุกบ้านจะมีแพะ ที่นี่เขากินไก่ แพะ yak และควาย
สัตว์เลี้ยง
พายุฝนและลูกเห็บ
คิดว่าวันแรกจะเดินชิวที่สุดนะ ความจริงคือ — **ฝนตกหนัก ลมแรง อากาศหนาวจนมีลูกเห็บตก** เอาดิ มาาา พยายามอย่าให้ตัวเปียกไม่งั้นจะหนาวกว่าเดิมมากๆ แต่เรากลัวที่ไหนละ ยืนรับมันซะเลย ใจสู้ๆ หน่อย
ถึง Deurali ผิงไฟ
ดีใจแทบตาย ถึงที่พักแล้ว รีบมาผิงไฟก่อนเลย — บางคนเข้าห้องแล้วหายเลยไม่ออกมากินข้าวด้วย สงสัยจะหนักน่าดู คืนนี้เราพักที่ **Deurali**
เริ่มเห็นหางปลา
จากตรงนี้เราเริ่มเห็นหางปลาแล้ว
ภูเขาจาก Deurali

Day 2 — Deurali → Forest Camp

ข้าวผัด Mix — จานใหญ่มาก
อันนี้คือ **ข้าวผัด Mix** จะมีชีส ผัก ไข่ และไก่ — อาหารที่นี่จานใหญ่มาก ใครอย่าทะลึ่งสั่งหลายอย่างนะ กินไม่หมดเอา คนเนปาลเขากินเยอะเลยจะจานใหญ่หน่อย กินเสร็จแล้วก็ออกเดินประมาณ 8 โมงเช้า
ผัดหมี่
คนเลี้ยงแพะ
เราจะเห็นคนเลี้ยงแพะอยู่ได้เรื่อยๆ ตลอดทาง
จุดพักเบรก
จุดพักเบรก มีขายน้ำ ขนม โค้ก ใครอยากกินข้าวก็มี
เข้าเขตป่า
เดินทางกันต่อ บรรยากาศเริ่มเปลี่ยนไป เข้าสู่เขตป่ามากขึ้น
Eco village ตอนกลางวัน
เราพักกินข้าวที่นี่ (ไม่ใช่ Forest Camp นะ ตรงนี้น่าจะเรียก Eco Village)
เมนูอาหาร
ราคาอาหาร เมนูก็ตามนี้ เหมือนกันหมดทุกที่
เมนูเครื่องดื่ม
เครื่องดื่มก็มีครบ เบียก็มีนะ พกตังมาให้พอละกัน 555
มื้อสำหรับผม
ตอนเช้ารับจบกินข้าวจานที่เหลือของเพื่อน เลยยังอิ่มขอกินแค่นี้พอ
manchapura เริ่มชัด
เราเริ่มใกล้เข้าไปเรื่อยๆ แล้ว — จากตรงนี้เราเริ่มมองเห็น **Machapuchare (หางปลา)** ชัดขึ้น

เราเดินไปเรื่อยๆ เป้าหมายคือ Forest Camp ฝนก็ตกลงมาเรื่อยๆ แต่วันนี้เป็นวันที่ชิวที่สุด เรามาถึงเร็วประมาณบ่าย 3 ทีนี้ก็ชิวเลยสิครับ

เหล้าเนปาล
อันนี้เป็นเหล้าของเนปาล แรงใช้ได้ ลองไปสองอึก
ทางไป Forest Camp
ลูกหาบเล่นไพ่
ลูกหาบพักทีไรต้องตั้งวงเล่นไพ่กันตลอด
Forest Camp
บรรยากาศที่ Forest Camp ชิวมาก แต่จะไม่เห็นวิว Machapuchare
พักผ่อน
ทุกคนแยกย้ายกันพักผ่อน บอกเลยวันนี้สบายมาก
เจ้าของพื้นที่
ผมออกสำรวจจนได้พบกับ**เจ้าของพื้นที่** ไอ่ตัวนี้มันน่ารักจริงๆ ใครผ่านมาตรงนี้อย่าลืมมาเล่นกับน้องนะ **สั่งอะไรได้หมดเลย เห็นของโรงแรมภูมิใจนำเสนอสุดๆ**
เกมใบ้คำ
ว่างจนต้องหากิจกรรมทำ มีทั้งวอลเล่ย์บอล ปิงปอง ว่างจนมานั่งเล่นเกมส์ใบ้คำกัน
ฟุตบอล
twilight
วิวภูเขาหิมะจากเนินเขา
ผมเดินขึ้นไปบนยอดของเนินเขา เราจะสามารถเห็นวิวภูเขาหิมะได้เล็กน้อย
ป้าทำอาหาร
แอบมาส่องป้าเจ้าของที่พักทำอาหารดู
ป้าทำอาหาร 2
ดื่มกันหน่อย
ตกดึกก็เอาซะหน่อย มันชิวหนะวันนี้ เดินง่าย — ถ้าเดินหนัก คงหายกันไปนอนหมดละ

Day 3 — Forest Camp → Low Camp → High Camp

วันใหม่ ตื่นสดชื่น
วันที่ 3 — ตื่นมาอย่างสดชื่นเตรียมตัวออกเดิน
กลุ่มเดินทาง
จุดพักเบรกแรก
เราเดินมาเรื่อยๆ และที่นี่เป็นจุดพักเบรกแรกของวัน เติมน้ำเติมขนมและชมวิว
Machapuchare ใกล้ขึ้น
**Machapuchare** เริ่มชัดและใกล้ขึ้นเรื่อยๆ — แต่เสียดายตลอดทริป ฟ้าไม่ค่อยเปิด
ภูเขาเหนือที่พัก
Baby Yak
อันนี้คือตัว Baby Shark เอ้ย **Baby Yark**
สัตว์
Low Camp — Chicken Chilli
วันนี้เดินหนักเอาเรื่อง — เรามาหยุดพักกินข้าวกลางวันกันที่ **Low Camp** บรรยากาศเริ่มหนาว ฝนก็เริ่มทำท่าจะตก เราลองกิน **Chicken Chilli** อร่อยมากเลย เราก็เลยลองสั่งเมนูนี้ที่อื่นด้วย — ปรากฏว่ารสชาติไม่เหมือนกันเลย **กินเอาแค่รอดเหมือนเดิมดีกว่า**
Low Camp
เราแอบแวะโขมยผักตามรายทางเผื่อว่าจะได้ทำอาหารกันเองคืนนี้ หยอกกก
จุดพักสุดท้าย
เรามาถึงจุดพักสุดท้ายก่อนขึ้นไป High Camp และพบกับ..
ร้านกาแฟ
ร้านกาแฟ พร้อมเครื่องชงกาแฟอย่างกับอยู่ในเมือง
ไกด์กับกาแฟ
พี่ไกด์เราก็จัดซักแก้ว ส่วนผมขอบาย ไม่ใช่สายกาแฟ

"ตรงนี้ป่ะเพ่" "หาาไม่ๆ ตรงนู้นนนนน" โอเคไม่น่าถาม ยังเหลือระยะทางอีกไกล

ทางเริ่มจะชันมากๆ อากาศก็หนาวขึ้นเรื่อยๆ ฝนก็ตกปรอยๆ — แบบนี้สิรสชาติของชีวิต

ทางชัน
หมอกกับภูเขา
ใกล้แล้ว แต่ยังอีกไกล
ทุกคนต่างคนว่าใกล้ถึงแล้ว แต่จุดหมายเราต้องข้ามไปอีกหลายลูก
ม้าวิ่งเล็มหน้า
เจอม้าวิ่งเล็มหน้าตรงขอบเหว ไม่กลัวเอาซะเลย ตกไปขาหักนะเว้ย
ม้า 2
บอกแล้วอีกไกล เห็นทางละก็ชื่นใจ แบบนี้สิถึงจะสนุกกกก
ปีนในหมอก
คนเดินในหมอก
ภูเขาในหมอก

บางคนเริ่มไม่ไหว ลำบากตูละทีนี้ แต่ไม่เป็นไร — แม่หนูทิปพี่งามๆเด้อ

คนเริ่มไม่ไหว
ถึง High Camp — คืนแรกที่งัดถุงนอน
และในที่สุดเราก็ถึง **High Camp** ตอนเกือบๆ 6 โมงเย็น — ที่นี่เริ่มมีหิมะแล้ว อากาศก็หนาวจริงๆ **คืนนี้เป็นคืนแรกที่ผมงัดเอาถุงนอนมาใช้**
ดูวิวกลัวมาไม่คุ้ม
แต่จะหนาวแค่ไหนก็ขอไปนั่งโง่ๆ ดูวิวซะหน่อย **กลัวมาไม่คุ้ม**

Day 4 — High Camp → View Point → Base Camp

วันที่ 4 เราตื่นกันตอนตี 3 และเริ่มออกเดินไปยัง View Point

ออกเดินตี 3
วิวอลังการ
วิวมันก็อลังการขึ้นเรื่อยๆ พร้อมกับอากาศที่เบาบางลง
มองย้อนกลับ
มองย้อนกลับไปก็แอบตกใจ นี่เราขึ้นมาได้ไง
วิวที่สวยที่สุดในชีวิต
นี่เป็น **วิวที่สวยที่สุดในชีวิตที่ผมเคยเห็นเลย** — ตัวผมมันเล็กลงจนเหลือแค่เม็ดทราย

ตัวผมมันเล็กลงจนเหลือแค่เม็ดทราย

ปีนขึ้น view point
กลุ่มที่ view point
ยังเหลือระยะทางอีกเยอะ
เราเดินมาจนแปดโมงกว่าๆ ยังเหลือระยะทางอีกเยอะ
สัญญาต่อตัวเอง
ผมดีใจมากที่ได้มาอยู่ตรงนี้ได้เห็นวิวแบบนี้เป็นครั้งแรก — สัญญากับตัวเองว่าจะต้องมาอีกแน่นอน แอบไปดูมาแล้วว่าเส้น **Annapurna Circuit** มันปั่นจักรยานได้ ขึ้นไปที่ 5,416 ม. — **ต้องมาโดนแน่นอน รอก่อนนะ**

ทางจาก View Point ไป Base Camp

เส้นทางจาก view point ไป base camp เป็นทางเลาะเทือกเขาไปเรื่อยๆ ชันและอันตรายหน่อยๆ ผมว่ามันน่ากลัวตรงที่ถ้ามาคนเดียวจะไม่รู้ว่าเส้นทางเดินมันคือตรงไหน — เพราะไม่มีเส้นทางเดินที่ชัดเจนแล้ว

ทางเลาะเขา
ชันอันตราย
ถ้ามาคนเดียวจะไม่รู้ว่าเส้นทางเดินมันคือตรงไหน
ชันทางซ้าย
แถมแอบมองไปทางซ้าย ก็ชันซะเหลือกัน แต่สวย
ภูเขา
สิ้นสุดทาง

`#mardihimal #Nepal`

#trekking#nepal#himalaya#mardihimal
Written by

Adisak Chaiyakul

I’m Otto, a full-stack developer based in Bangkok with 9+ years of experience building software. This blog is where I write about my travels, what I learn from work, and the ideas I want to keep. It is a personal archive for stories, notes, photos, and thoughts I may want to revisit later.

More from the trip

All stories
Travel

EP. 3/3 Taiwan Bikepacking — ถึงยอด Wuling Pass

#bikepacking#taiwan#post

ถึงยอด Wuling Pass จุดสูงสุดของถนนในไต้หวัน (3,275 ม.) — 10 กิโลเมตรสุดท้ายของ Taiwan KOM ที่ต้องหยุดพักทุก 100 เมตร พร้อมเรื่องเล่าจากป้าคนไทยที่ Hehuanshan

16 min read
Travel

EP. 2/3 Taiwan Bikepacking — Taroko National Park

#bikepacking#taiwan#post

วันแรกของการปั่นเข้า Taroko National Park — 80 กม. ไต่ระดับเกือบ 3,500 เมตร เจอร้านปิดสนิทหลังแผ่นดินไหว ฝน หมอก และมิตรภาพในศาลา community center

18 min read
Travel

EP. 1/3 Taiwan Bikepacking — แค่ก้าวแรกก็พลาดแล้ว

#bikepacking#taiwan#post

ประเทศแรกที่พาจักรยานออกไปต่างแดน ตั้งแต่วันแรกก็พลาดเรื่องสนามบิน — 9 วันจาก Taoyuan ไป Taipei, Yilan, จนถึง Hualien

18 min read