imotto.me

A small journal for people who travel slowly. Field notes, gear reviews, and the occasional opinion piece.

Explore

All storiesTravelTech

Meta

About
© 2026 imotto.me
TravelBikepacking

EP. 1/3 Taiwan Bikepacking — แค่ก้าวแรกก็พลาดแล้ว

ประเทศแรกที่พาจักรยานออกไปต่างแดน ตั้งแต่วันแรกก็พลาดเรื่องสนามบิน — 9 วันจาก Taoyuan ไป Taipei, Yilan, จนถึง Hualien

Back to stories
Adisak Chaiyakul
Developer | Biker | Music Lover
Apr 26, 2026 18 min read

ผมมีความคิดอยากเอาจักรยานไปปั่นต่างประเทศมาตลอด หลังจากผมปั่นในประเทศมาเยอะพอสมควร ผมลังเลว่าประเทศแรกจะเป็นที่ไหนระหว่างญี่ปุ่นกับไต้หวัน แต่สุดท้ายก็เลือกไต้หวันเพราะหลายเหตุผล เช่น เมืองเป็นระเบียบ ผู้คนมีระเบียบวินัย สะอาด ถนนดี ธรรมชาติสวย ผู้คนเป็นมิตร แต่หลักๆ คือค่าใช้จ่ายถูก ไต้หวันเลยเป็นตัวแรกที่ดีมากสำหรับผม

ปั่นเส้นทางไหน? สิ่งแรกที่ผุดมาในหัวเลยคือ Taroko National Park เพราะผมเห็นมันผ่านตาจากการสิงอยู่ในกลุ่มปั่นจักรยานมาเยอะมาก มันสวยมาก เส้นนี้มีการจัดงานแข่งที่มีชื่อเสียงคือ Taiwan KOM ซึ่งก็ค่อนข้างจะช่วยการันตีถึงความสวยงามของ Taroko ได้เป็นอย่างดี แผนของผมง่ายๆ (โง่ๆ) คือปั่นไปให้ถึงยอดภูเขา (Wuling Pass) แล้วกลับมาขึ้นเครื่องให้ทันแค่นั้นแหละ ผมมีเวลา 9 วัน (12–20 ตุลาคม 67)

ความคาดหวังของผมในทริปนี้ มันไม่ใช่การไปให้ถึงยอดเขา แต่ผมก็ไม่แน่ใจหรอกนะว่ามันคืออะไร มันมีหลายอย่างปะปนอยู่ในหัว ทั้งอยากพิสูจน์ให้ชัดว่าผมชอบเดินทางด้วยจักรยานจริงๆ มั๊ย อยากไปเห็นโลกในมุมต่างๆ อยากฝึกถ่ายรูป อยากฝึกเล่าเรื่อง — และด้วยจักรยานมันก็คงพาผมไปเห็นไต้หวันในมุมที่นักท่องเที่ยวทั่วไปอาจจะเห็นได้ยาก ได้สัมผัสไต้หวันแบบที่มันเป็นจริงๆ

เส้นทาง: Taoyuan → Taipei → Yilan → Hualien

Day 0 — เตรียมจักรยานขึ้นเครื่อง

จักรยาน Giant Revolt คันคู่ใจ
ในทริปนี้ ผมใช้จักรยาน **Giant Revolt** ที่ซื้อมือสองมาในราคา 20,000 บาท เป็น Gravel bike — ติดแร็คหลัง Ortlieb Quick Rack + Panniers สองใบ ส่วนหน้าใช้ Jack Bike Rack วางกระเป๋าสะพายอีกใบ

สภาพถนนในไต้หวันดีมากครับ ไม่ว่าจะใช้จักรยานแบบไหนก็ปั่นได้หมด ตั้งแต่เสือหมอบคาร์บอน จักรยานพับ เสือภูเขา หรือจักรยานทัวริ่ง ก็ล้วนขี่ได้สบาย สรุปคือจักรยานแบบไหนก็ไปได้ แต่เราต้อง "ปรับตัว" ให้เข้ากับจักรยานที่เราพาไปด้วย

ทริปนี้ผมตื่นเต้นมาก เพราะเป็นการเดินทางไปต่างประเทศครั้งแรก แถมยังไม่ใช่การเที่ยวแบบธรรมดาอีกด้วย แต่ละคนอาจมีรูปแบบการเดินทางที่แตกต่างกัน — สำหรับผม…มันคือจักรยาน ถึงแม้ผมจะไม่ค่อยชอบวางแผนล่วงหน้า แต่ก็มีวางเป้าไว้บ้าง จุดหมายหลักคืออุทยานแห่งชาติทาโรโกะ (Taroko National Park) นอกจากนี้ก็ยังมีที่อื่นๆ ที่อยากไป เช่น ทะเลสาบสุริยันจันทรา (Sun Moon Lake), เที่ยวในเมืองไทเป, ไปนอนที่เมืองอี๋หลาน (Yilan) สักสองคืน

จักรยานขึ้นเครื่องยังไง?

เป็นคำถามที่ผมกังวลอยู่เหมือนกัน เพราะการเดินทางพร้อมจักรยานไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ก็มีวิธีให้เลือกหลายแบบ:

  1. กล่องแข็ง (Hard Case) — ปกป้องจักรยานได้ดีมาก แต่ใหญ่และหนัก ต้องหาที่เก็บตอนเดินทาง

  2. ถุงผ้าใส่จักรยาน (Soft Bag) — น้ำหนักเบา พกพาง่าย แต่ต้องแบกติดตัวตอนปั่น ซึ่งอาจเกะกะ

  3. กล่องกระดาษลัง (Bike Carton Box) — ราคาถูก (~100 บาท) ปกป้องได้ดี แต่ต้องหากล่องใหม่ขากลับ

อุปกรณ์แพ็คจักรยาน
ผมเลือก **กล่องกระดาษลัง** ครับ — แพ็คจากไทยไป แล้ว "ระเบิด" จักรยานที่สนามบินไต้หวัน ขากลับก็หากล่องใหม่ ซึ่งคิดว่าไม่น่าจะหายาก เพราะไต้หวันเป็นเมืองจักรยาน

ใครอยากสะดวกกว่านี้ ก็ติดต่อร้านจักรยานในไต้หวันให้แพ็คให้ได้เลย ราคาประมาณ 1,500–2,000 บาท แต่ผมขอประหยัดงบตรงนี้ และใช้โอกาสนี้ฝึกสกิลการแพ็คเอง เผื่อในอนาคตไปประเทศอื่นที่ไม่มีบริการ ก็จะได้ทำเองเป็นครับ

เครื่องบินที่สนามบิน
พร้อมแล้ว — ขึ้นเครื่องครั้งแรกพร้อมจักรยาน

Day 1 — Taoyuan → Taipei → ใต้สะพาน New Taipei

ก้าวแรกก็พลาดแล้ว

ด้วยความโง่แบบเต็มขั้น ผมนึกว่าสนามบินที่ลงจะเป็น Songshan ในไทเป แต่ที่ไหนได้… ตั๋วมันก็เขียนอยู่ชัดๆ ว่า Taipei–Taoyuan ก็นั่นแหละครับ… ก้าวแรกก็แตกเลย

ก้าวแรกก็พลาดแล้ว… (อย่าให้มีครั้งที่ 2)

ตั๋วเครื่องบินที่เขียนชัดว่า Taoyuan
ตั๋วบอกชัดตั้งแต่แรก ผมเองต่างหากที่อ่านแล้วยังคิดผิด

แต่ด้วยนิสัยที่ชอบคิดแง่บวกและมีงบจำกัด ผมก็เลยคิดว่า "ไม่เป็นไรหรอก…" ตอนแรกผมวางแผนจะปั่นไป Yilan เลย แต่ด้วยสถานการณ์ที่เปลี่ยนไป เลยปรับแผนใหม่ — ไปให้ถึงตัวเมือง Taipei ก่อน ดู Google Map หาเส้นทางที่สั้นที่สุดจากสนามบิน Taoyuan ไป Taipei ระยะทางประมาณ 40 กิโลเมตร เริ่มประกอบจักรยาน, หาทางออกจากสนามบิน ใช้บริการ Shuttle Bus เพื่อนั่งออกมานอกเขตสนามบิน แล้วก็… เริ่มปั่นเลยครับ

(รู้ภายหลังว่าเราสามารถนั่งรถบัสไปลงที่ Taipei Main Station ได้นะ รถออกทุก 30 นาที — ขากลับมาขึ้นเครื่องผมก็ขึ้นรถบัสมา จาก Kuokuang Bus Taipei Terminal)

ความรู้สึกแรกกับไต้หวัน

ป้าย Pedestrians Have Right of Way
"Pedestrians Have Right of Way — คนเดินเท้ามีสิทธิ์ก่อน" ป้ายเล็กๆ ที่สะท้อนแนวคิดเมืองใหญ่

แค่ประโยคสั้นๆ กับสัญลักษณ์บนป้าย ก็ทำให้ผมรู้สึกว่าที่นี่ให้ความสำคัญกับ "การอยู่ร่วมกัน" บนท้องถนน ไม่ว่าจะเป็นจักรยานหรือคนเดินเท้า ต่างก็มีพื้นที่ของตัวเอง และที่สำคัญ — คนเดินเท้าคือผู้ที่ควรได้รับความปลอดภัยก่อนเสมอ

แม้ไต้หวันจะเป็นประเทศอุตสาหกรรมเทคโนโลยีสูง เต็มไปด้วยโรงงานผลิตชิป แต่สิ่งเล็กๆ อย่างป้ายนี้กลับบอกอะไรกับเราหลายอย่างมากกว่าที่คิด ไม่ใช่ทุกประเทศจะมีเลนจักรยานที่ดี และไม่ใช่ทุกเมืองจะบอกให้ "จักรยานหลีกทางให้คนเดิน" สิ่งแรกที่ผมรู้สึกได้คือ — ที่นี่อยู่ร่วมกับธรรมชาติได้อย่างลงตัว อย่างน้อยก็มากกว่าที่บ้านเรา

แต่พอคิดถึงบ้านเรา… ก็อดอมยิ้มไม่ได้ ในกรุงเทพฯ เราอาจต้องตั้งป้ายกลับกันว่า "คนเดินเท้าระวังมอเตอร์ไซค์บนฟุตบาท"

บางทีก็สงสัยว่า เรากำลังใช้ "ถนน" อย่างเข้าใจ หรือแค่ "เอาตัวรอด" จากมันกันแน่…

เริ่มปั่น — กดตัง กินข้าว เลาะแม่น้ำ

อย่างแรกที่ต้องทำเมื่อถึงไต้หวัน… กดตัง! ผมไม่ได้แลกเงินมาแม้แต่เหรียญเดียว ใช้บัตร Travel Card (YouTrip) กดตังที่ตู้ ATM ลองกดไป 2,000 NTD (~2,000 บาท) โดนหักค่าธรรมเนียม 100 NTD ซึ่งก็แอบเยอะ แวะซื้อข้าวใน 7-11 ประมาณ 70 NTD เติมพลังไปก่อน

ทางเลียบแม่น้ำ
ปั่นเลาะแม่น้ำในไต้หวัน — **พื้นที่ริมแม่น้ำที่นี่เป็นของทุกคน** มีทั้งเลนจักรยาน ฟุตบาท สวนเขียวๆ ไม่มีห้าง ไม่มีคอนโดบังวิว ต่างจากบ้านเราที่ริมเจ้าพระยาเต็มไปด้วยห้างร้าน ส่วนคนธรรมดาแทบไม่มีที่ให้ "เดินรับลม"
ธรรมชาติในเมือง
ที่นี่อยู่ร่วมกับธรรมชาติได้อย่างลงตัว
ATM ครั้งแรก
กดตังครั้งแรก 2,000 NTD
ข้าว 7-11
มื้อแรก 70 NTD
ทางจักรยาน
เริ่มสัมผัสได้ว่าเขามีทางจักรยานที่ดีจริงๆ

ทางลัด… ที่ไม่ควรลัด

แต่เพียงไม่นาน ผมก็รู้ตัวว่า… เลือกเส้นทางผิด Google Maps พาผมปั่นตามเส้นที่สั้นที่สุด — แต่กลายเป็นทางที่อันตรายที่สุด ผมต้องปั่นเลียบทางด่วน รถยนต์วิ่งกันเร็วมาก แถมยังมีเนินขึ้นลงตลอดทาง ตอนนั้นคิดแค่ว่า… หันหลังกลับไม่ได้แล้ว ทำได้แค่ปั่นอย่างระมัดระวังที่สุด

ฝ่าฟันรถติดมาได้แบบหืดขึ้นคอ ผมก็มาโผล่แถวๆ New Taipei ถามว่า "แผนวันนี้คืออะไร?" ตอนนั้นผมเองก็ยังคิดอยู่เหมือนกัน แต่สิ่งที่รู้แน่ๆ คือ — ผมไม่อยากนอนในเมืองไทเป เลยตั้งใจว่าจะปั่นเลยออกไปอีกหน่อย แล้วค่อยหาที่เงียบๆ กางเต็นท์นอน

ทางด่วนอันตราย
ทางลัดที่ไม่ควรลัด
ถึง New Taipei
มาโผล่แถว New Taipei
ตึกสูงพลบค่ำ
นี่เรามาอยู่ไต้หวันแล้วจริงๆ สินะ
สนามเทนนิส
พื้นที่สาธารณะเยอะจริงๆ
สนามกีฬา
บ้านเมืองเป็นระเบียบ
ฟ้ามืดแล้ว
แป๊บเดียวมืดซะแล้ว พี่ก็ชิวเกินนน

บัตรหาย แล้วก็เจอ

ปั่นชิวๆ มาเรื่อยๆ ก็มารู้ตัวว่าผมทำบัตร Travel Card หายครับ 555 เพราะเอาใส่กับกระเป๋ากางเกงกับมือถือ หยิบเข้าออกจนบัตรมันหล่นไปที่ไหนซะที่ ผมปั่นย้อนกลับมาหา หลายกิโลเลย หาอยู่หลายชั่วโมง จนมานั่งทำใจว่าเราคงหาไม่เจอแล้ว มานั่งคิดว่าจะทำยังไงต่อ จิตตกมากๆ

ปั่นย้อนกลับหาบัตร
แล้วจังหวะที่ปั่นไปเรื่อยๆ ก็เจอ — **บัตรสีเงินสะท้อนแสง** นี่แหละที่เขาบอกว่า พระเจ้าช่วย 5555
4 people ที่ข้างทาง
หมาไต้หวัน
ทักทายหมาไต้หวันซะหน่อย ทริปนี้ต้องโดนไล่อีกเยอะเลย
วินัยจราจร
สี่แยกแทบไม่มีรถฝ่าไฟแดง ถ้าเป็นบ้านเรานะ 555
ข้ามแม่น้ำ
พยายามหาทางข้ามแม่น้ำไปฝั่งไทเปอยู่นานเลย

เมืองจักรยานของจริง + Night Market

ทางจักรยานเลียบแม่น้ำในไทเป
ผมข้ามมาไทเปได้แล้ว สิ่งแรกที่ประทับใจสุดๆ คือ**ทางจักรยานเลียบแม่น้ำ** — เต็มไปด้วยชีวิต คนออกกำลังกาย ปั่นจักรยาน เดินเล่น เล่นกีฬา ริมแม่น้ำเกือบ 100% เป็นพื้นที่สาธารณะ

ปั่นเรื่อยๆ ไปจนเจอกับไนท์มาร์เก็ต (PIER 5 美食區) อารมณ์คล้ายๆ Asiatique บ้านเรา แต่เล็กกว่าเยอะ ขายแต่อาหาร street food ล้วนๆ เลยแวะพัก กินอะไรให้อิ่มท้องหน่อยก่อนปั่นต่อ

Night market
PIER 5 美食區
ร้าน street food
เมนูร้านอาหาร
ได้มาจานหนึ่งอร่อยมากๆ แทบจะที่สุดในทริปนี้
อาหาร
หน้าตาของจานนั้น

คืนแรก — นอนข้างถนนในต่างประเทศ

แผนของคืนนี้คือปั่นเลยไทเปไปซะหน่อย แล้วค่อยหาที่ทางกางเต็นท์ ผมพยายามมองหาจุดที่เงียบพอ ไม่มีคนรบกวน และไม่น่ากลัวเกินไป ปั่นไปเรื่อยๆ จนไปเจอคุณลุงคนนึง ปั่นจักรยาน touring แบบเต็มรูปแบบ กำลังกางถุงนอนนอนอยู่ใต้สะพาน

"เอาวะ… ถ้ามีคนมานอนตรงนี้ได้ เราก็นอนได้"

จักรยานจอดข้างถนนใต้สะพาน
คืนนี้… ผมนอนข้างถนนในต่างประเทศเป็นครั้งแรก ไว้พรุ่งนี้ค่อยคิดกันต่อว่าจะเอายังไง

หลายคนอาจสงสัยว่า "ทำไมไม่ไปหาโฮสเทลถูกๆ นอนให้สบาย?" แต่ทริปนี้ไม่ได้มีแค่เป้าหมายการปั่นจักรยานเท่านั้น — ผมอยากฝึกเอาตัวรอด ตั้งใจว่าจะกางเต็นท์ให้ได้มากที่สุดเท่าที่ทำได้ ฝึกการใช้ชีวิตกลางแจ้ง ฝึกการนอนในสภาพแวดล้อมที่ไม่คุ้นเคย เพราะที่ๆ ผมอยากไปในอนาคต… ลำบากกว่านี้อีกเยอะ

Day 2 — Taipei → Houtong → Old Caoling Tunnel → Yilan

จักรยานยามเช้า
ผมตื่นขึ้นมา… และของทุกอย่างอยู่ครบ ปกติผมเป็นคนที่มีปัญหากับการนอนมาก แต่เมื่อคืน… นอนหลับสนิทแบบเหลือเชื่อ สบายกว่าบนเตียงนุ่มๆ ซะอีก

ผมไม่ได้นอนใกล้ลุง touring คนนั้นมากนัก แต่พอตื่นขึ้นมาก็เห็นแกนั่งเก็บของ เตรียมตัวออกเดินทางแล้ว หลังจากปั่นเลาะแม่น้ำมาได้สักพัก เส้นทางเริ่มเปลี่ยนไปกลายเป็นทางเลียบทางรถไฟ — แต่ที่น่าแปลกใจกว่านั้นคือ เขานำรางรถไฟเก่ามาเปลี่ยนเป็นทางจักรยาน!

ทางจักรยานที่สมบูรณ์แบบ
ทางจักรยานที่สมบูรณ์แบบ ตอนแรกก็ยังไม่อยากด่วนสรุป — หรือว่าทางจักรยานดีๆ จะมีแค่ในเมืองไทเป? แต่เปล่าเลย…
คนเดินกับจักรยาน
ทางรถไฟเก่า
ทางรถไฟที่กลายเป็นทางจักรยาน
ไส้กรอกย่างเตาถ่าน
คุณลุงย่างด้วยมืออย่างใจเย็น กลิ่นหอมโชยจนต้องหยุดปั่นมาซื้อสักไม้
แวะชานม
ได้ชานมมากินหนึ่งแก้ว

Houtong — หมู่บ้านแมว

สถานี Houtong
ตอนปั่นมาถึงผมแค่รู้สึกว่าบรรยากาศมันน่ารักดี สถานีเล็กๆ ในหุบเขา สงบเงียบ จนมาเปิดดู Google Maps ถึงได้รู้ว่า "อ่าว… ที่นี่คือ **หมู่บ้านแมว**!"

เป็นจุดหมายยอดฮิตของนักท่องเที่ยวโดยเฉพาะสายชอบแมว

เนื้อเน้นๆ
เนื้อเน้นๆ ไม่มีหมูผสม... เอ้ย แป้งๆ
ห้องน้ำที่เอาจักรยานเข้าได้
ห้องน้ำที่นี่ เอาจักรยานเข้าได้ด้วยนะ แปลกดี

หลังจากออกจากหมู่บ้านแมว ผมต้องเจอกับวิบากกรรม — คือการจูงจักรยานข้ามเขา ช่วงนั้นไม่ได้ถ่ายรูปเลย เหนื่อยจริงๆ ถ้ารู้คงไม่ขึ้นมา 555

Old Caoling Tunnel — อุโมงค์จักรยาน 3 กม.

ทางเข้า Old Caoling Tunnel
หลังจากปั่นข้ามเขามาไกลพอสมควร ผมเจออะไรบางอย่างที่ไม่คาดคิดมาก่อน — **อุโมงค์จักรยานยาวเกือบ 3 กิโลเมตร!** ที่นี่คือ Old Caoling Tunnel อุโมงค์รถไฟเก่าในเส้นทางสายภูเขา ที่ถูกปรับปรุงให้กลายเป็นทางจักรยาน
ข้างในอุโมงค์มีไฟแสงสี
ข้างในมีการแสดงไฟแสงสี เปิดแอร์เย็นๆ
ครอบครัวปั่นจักรยาน
ครอบครัวพ่อแม่ลูกพากันปั่นจักรยาน เด็กๆ หัวเราะอย่างสนุกสนาน

วิวทะเล + ระยะยาวสู่ Yilan

วิวทะเลหลังข้ามเขา
แวะชมวิวทะเลกันหน่อย กว่าจะข้ามเขามาได้ ทำเอาเกือบตาย
คนปั่นจักรยาน
ร้านอาหารข้างทาง
มีร้านขายอาหารมากมาย แต่ไม่ได้กินตังผมหรอก 555
กลุ่มคนกับป้าย

ผมเพลินกับการดูนั่นดูนี่ระหว่างทางจนไม่รู้ตัวว่า… ฟ้าเริ่มมืดแล้ว เลยต้องรีบจ้วงเลยทีนี้ เพราะวันนี้ผมตั้งใจจะไปให้ถึงเมือง Yilan — รวมระยะทาง 120 กิโลเมตรมั้งนะ ช่วงท้ายๆ ผมไม่ได้หยิบกล้องขึ้นมาถ่ายอะไรเลย

น้ำใสเห็นปลา
น้ำใสมาก ใสจนเห็นปลามากมายแหวกว่ายในน้ำ

Day 3 — Yilan → Dongao → ขึ้นรถไฟไป Hualien

เช้านี้ผมแวะซื้อขนม น้ำ เตรียมตัวออกลุยต่อ ตอนแรกคิดว่าวันนี้น่าจะชิวๆ ปั่นเลาะริมทะเลไป Hualien ที่ไหนได้ 555 พร้อมแล้วก็ลุยต่อเลย เช้านี้รู้สึกค่อนข้างดีมากๆ

เช้าที่ Yilan
เตรียมออกลุย
ตอนแรกคิดว่าน่าจะชิวๆ
พร้อมออก
เช้านี้รู้สึกค่อนข้างดีมากๆ
ปั่นเลาะริมทะเลที่ชันกว่าคิด
ที่คิดว่าปั่นเลาะริมทะเลชิวๆ ที่ไหนได้ — **เขาเยอะมากกกกก แดดก็แรง** เล่นเอาหอบเลยทีเดียว

เจอคุณลุงอีกรอบ

คุณลุงที่จุดพักรถ
คุณลุงก็มาดูวิวด้วย ตรงนี้เป็นจุดพักรถ มีห้องน้ำ ได้พูดคุยกันนิดหน่อย
จักรยานบนสนามหญ้า
จักรยานมุมอื่น
วิวภูเขา
ถนนกับโรงงานและภูเขา
การอยู่ร่วมกันของธรรมชาติและอุตสาหกรรม
ท่าเรือ
เรือที่จอด
เรืออีกมุม
พักกันซะยาวเลย ถึงเวลาที่เราต้องไป
ถนนต่อ

ศาลเจ้าบนยอดเขา — ก่อนตัดสินใจ

ศาลเจ้าเล็กๆ บนยอดเขา
หลังจากปั่นลุยเขามายาวๆ แบบไม่พัก ผมมาเจอกับศาลเจ้าเล็กๆ บนยอดเขา เลยถือโอกาสแวะพักหายใจให้ทั่วปอดสักแป๊บ

ตรงนั้นมีนักท่องเที่ยวหลายคัน บางคนเช่ารถขับมาเที่ยว บางคนมีไกด์พามา ผมเลยแอบเดินไปคุยกับไกด์กลุ่มหนึ่ง

ทางข้างหน้าที่ดูสูงชัน
ถ้าเราปั่นลงเนินตรงนี้ไป จะเจอกับเมืองเล็กๆ ชื่อ **Dongao** จากตรงที่ยืนอยู่ มองเห็นเส้นทางข้างหน้า เลาะไปตามแนวเขา เป็นเส้นที่คดเคี้ยวและดูสูงชันกว่าเดิมอีก

"ทางที่ผ่านมายังแค่บทนำ… ของจริงมันเพิ่งจะเริ่ม"

ภายในศาล
วิวเขากับทะเล
Dongao ที่เห็นไกลๆ

ขอเซฟแรง — ขึ้นรถไฟไป Hualien

ใครไหวก็ไหว… ผมขอเซฟแรงก่อนละกัน โชคดีที่เมือง Dongao มีสถานีรถไฟพอดี ผมไม่รอช้า เดินเข้าไปถามเจ้าหน้าที่ทันทีว่า "มีรถไป Hualien มั้ย?"

"อีก 10 นาที รถไฟจะมาพอดี!"

จักรยานบนรถไฟ TRA
รถไฟของ TRA (Taiwan Railways) ส่วนใหญ่สามารถนำจักรยานขึ้นได้ โดยไม่ต้องถอดล้อ — ให้ขึ้นที่โบกี้หัวหรือท้ายขบวน แต่มีข้อยกเว้นบางสถานี เช่น **Taipei Main Station** ที่ต้องใส่ถุงจักรยานเท่านั้น
ในรถไฟ
ราคาไม่แพง แอร์ก็มี สะอาดด้วย โอ้ยยย อยากให้มีที่ไทยจังเลยยยย
จักรยานใส่ถุง
เห็นคนไต้หวันเอาจักรยานใส่ถุงแบบนี้
นั่งชิวๆ
นั่งชิวๆ ชื่นชมบรรยากาศ ฟังเพลง
ในรถไฟอีก
ภูเขาลูกใหญ่ที่เห็นจากรถไฟ
วิวระหว่างทาง เราเริ่มเห็นภูเขาลูกใหญ่ขึ้น — คิดในใจว่า แล้ว Taroko จะสวยแค่ไหนกัน นี่เราต้องปั่นขึ้นไปจริงๆ หรอ

ขอบคุณความช่วยเหลือจากคนไต้หวันมากๆ เลยครับ ถึงจะสื่อสารภาษาอังกฤษไม่ได้มากนัก แต่ก็ยินดีให้ความช่วยเหลืออย่างเต็มที่ กราบ

Day 3 (ค่ำ) — Hualien

Xincheng Taroko Station
ผมมาอยู่ตรงนี้แล้ว — **Xincheng Taroko Station** การตัดสินใจนั่งรถไฟช่วยเซฟแรงขาผมได้มาก เพราะพรุ่งนี้เราต้องปั่นขึ้นเขาที่สูง 3,500 เมตร

ผมจอง hostel แล้ว (Taroko Susispace Homestay) ไม่ไกลจากสถานีรถไฟมากนัก ราคาประมาณ 500 NTD เจ้าของ Hostel ให้ความช่วยเหลือเป็นอย่างดี ให้คำแนะนำเกี่ยวกับเมืองและสถานการณ์แผ่นดินถล่มที่เพิ่งเกิดขึ้นเมื่อสองอาทิตย์ก่อน

ถึงแล้ว
หน้า hostel
Taroko Susispace Homestay
ร้านอาหารตามสั่งตักเอง
ร้านอารมณ์แบบ**อาหารตามสั่งตักเอง** จานนี้โดนไป 120 NTD มั้งนะ เห็นคนอื่นเขากินกัน 50–60 อาจเพราะผมตักแต่เนื้อไง ที่แปลกอีกอย่างคือ ถาดใช้ถุงพลาสติกสวมไปแบบนี้เลย เออ แปลกดีเหมือนกัน
แป้งยัดเพิ่ม
แวะ Family Mart หาแป้งยัดเข้าไปอีกเยอะๆ
คืนสุดท้ายก่อน Taroko
สวัสดี ราตรีสวัสดิ์ — พรุ่งนี้เราจะได้ปั่นไปดูความสวยงามของ Taroko National Park กันแล้ว

`#bikepacking #taiwan #ปั่นจักรยานเที่ยว`

#bikepacking#taiwan#post
Written by

Adisak Chaiyakul

I’m Otto, a full-stack developer based in Bangkok with 9+ years of experience building software. This blog is where I write about my travels, what I learn from work, and the ideas I want to keep. It is a personal archive for stories, notes, photos, and thoughts I may want to revisit later.

More from the trip

All stories
Travel

EP. 3/3 Taiwan Bikepacking — ถึงยอด Wuling Pass

#bikepacking#taiwan#post

ถึงยอด Wuling Pass จุดสูงสุดของถนนในไต้หวัน (3,275 ม.) — 10 กิโลเมตรสุดท้ายของ Taiwan KOM ที่ต้องหยุดพักทุก 100 เมตร พร้อมเรื่องเล่าจากป้าคนไทยที่ Hehuanshan

16 min read
Travel

EP. 2/3 Taiwan Bikepacking — Taroko National Park

#bikepacking#taiwan#post

วันแรกของการปั่นเข้า Taroko National Park — 80 กม. ไต่ระดับเกือบ 3,500 เมตร เจอร้านปิดสนิทหลังแผ่นดินไหว ฝน หมอก และมิตรภาพในศาลา community center

18 min read
Travel

Mardi Himal Trek — เนปาลครั้งแรกสำหรับคนที่ไม่ค่อยชอบเดิน

#trekking#nepal#himalaya

จากคนที่ไม่ค่อยชอบเดิน trek หลังจบทริป Mardi Himal 5 วัน กลับติดใจจนสัญญากับตัวเองว่าต้องกลับมาเนปาลอีกแน่ — รีวิวค่าใช้จ่าย อาหาร วัฒนธรรม และทริปวันต่อวัน

18 min read