
วันแรกของการปั่นเข้า Taroko National Park — 80 กม. ไต่ระดับเกือบ 3,500 เมตร เจอร้านปิดสนิทหลังแผ่นดินไหว ฝน หมอก และมิตรภาพในศาลา community center
Taroko National Park คือภูเขาหินอ่อนขนาดมหึมาที่ถูกน้ำกัดเซาะผ่านกาลเวลานับพันปี จนเกิดเป็นร่องเขาลึกและสวยมากๆ ผมเคยเห็นภาพถ่ายแล้วคิดว่ามันสวยแล้ว — แต่พอได้มาเห็นของจริง คือมัน โคตรรรรสวย
เส้นทางที่เราจะปั่นในวันนี้คือ Central Cross-Island Highway (中橫公路) ส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์ฟื้นฟูชาติในยุคของประธานาธิบดีเจียงไคเช็ค ที่ถอยร่นกองทัพจากจีนแผ่นดินใหญ่มายังไต้หวัน และต้องสร้างโครงสร้างพื้นฐานใหม่ทั่วเกาะ
ถนนเส้นนี้เชื่อม Hualien ทางตะวันออกสู่ Taichung ทางตะวันตก ตัดผ่านภูมิประเทศสุดโหด — ผาหินสูงชัน หุบเหว แผ่นดินไหว น้ำหลาก สร้างโดยแรงงานของกองทัพไต้หวัน ซึ่งมีผู้เสียชีวิตจากการก่อสร้างจำนวนไม่น้อย
เส้นทางเดินป่าและน้ำตกมากมายกว่า 12–15 เส้นทางหลัก
เขาหินอ่อนสุดอลังการที่หาแบบนี้ไม่ได้ง่ายๆ ในเอเชีย
Eternal Spring Shrine (วัดน้ำพุอมตะ) — สร้างเพื่อรำลึกถึงผู้เสียชีวิตในการสร้างถนน
Swallow Grotto — ช่องเขาหินอ่อนที่เลาะไปกับแม่น้ำสีฟ้า
Hehuanshan และจุดไต่ระดับสู่ Wuling Pass — ถนนที่สูงที่สุดในไต้หวัน (3,275 เมตร)
เพียงสองสัปดาห์ก่อนที่ผมมาปั่น เกิดเหตุแผ่นดินไหวบริเวณนี้ บางช่วงของเส้นทางเดินป่า ถนน และอุโมงค์จึงอยู่ระหว่างการปิดซ่อม — แต่ถนนหลักยังคงเปิดให้ใช้ได้ตามปกติ
ผมไม่คิดว่าตัวเองจะไต่ขึ้นถึงยอดได้ภายในวันเดียว เพราะระยะทางกว่า 80 กม. กับความสูงสะสมเกือบ 3,500 เมตร มันโหดไปกับรถที่แบกของหนักกว่า 20 kg ผมคิดว่าจะปั่นไปให้ไกลที่สุด หาที่กางเต็นท์ พักหนึ่งคืน แล้วค่อยลุยต่อวันรุ่งขึ้นให้ถึงยอด Wuling และไหลลงไปยัง Sun Moon Lake
เส้นทางนี้แม้จะห่างไกล แต่ก็ยังมีร้านค้าและที่พักเล็กๆ ประปรายให้พออุ่นใจ แต่ถ้าพลาดจุดแวะพักสำคัญไป อาจต้องเจอช่วงไต่เขายาวๆ แบบไม่มีอะไรเลยก็เป็นได้




ระหว่างทางเจอนักปั่นเยอะพอสมควร แต่นักบิดยิ่งเยอะกว่า — "ไจโก้!" คือเสียงที่หูผมได้ยินเวลาปั่นสวนกัน ผมก็ไม่รู้ว่าคืออะไร แต่ก็เดาไม่ยาก ก็คือกำลังบอกว่าสู้ๆ หลังจาก Google คือ "เจียโยว" 加油 (jiā yóu) แปลว่า สู้ๆ!


เคยเห็นจากรูปและคลิปใน Youtube ว่าบางช่วงของปีจะมีน้ำมากกว่านี้ และน้ำเป็นสีเขียวมรกตเลยนะ เสียดายที่เราไม่ได้เห็น แต่ก็สวยอยู่ดีนั่นแหละ น้ำค่อนข้างขุ่น อาจเพราะมีดินถล่มและแผ่นดินไหวเมื่อไม่นาน








เราเริ่มไต่ระดับความสูงมาเรื่อยๆ เส้นทางที่โอบล้อมไปด้วยเขาหินอ่อน สวยจริงๆ ครับ








สอบถามเส้นทางกับเจ้าหน้าที่หน่อยหนึ่ง เผื่อว่าทางมันปิด จะได้ให้เขาทัก แต่เขาก็บอกว่าปั่นได้ อุโมงค์ยาวๆ ตรงนี้มีลิงอยู่ตรงโขดหินด้วย ผมจอดดูอยู่พักใหญ่ ข้างล่างเหมือนเป็นเส้นทางเก่า แต่ปิดชั่วคราวเพราะแผ่นดินไหว









จอดถ่ายรูปเยอะไปหน่อย ปั่นมาได้ 15 กม. เอง








ผ่านเขาหินอ่อนมาแล้ว ก็เจอสะพานอีกเยอะเลย ผมแอบไปนั่งพักบนศาลาในรูปด้วย รถสัญจรตามปกติ รถใหญ่ก็ผ่านตรงนี้ได้ ผมเห็นรถหกล้อผ่านไปหลายคันเหมือนกัน ไม่แน่ใจมีรถบัสมาถึงตรงนี้มั๊ย แต่ผมเห็นส่วนใหญ่คนน่าจะเช่ามอเตอร์ไซค์มาขับกัน







Facility ของที่นี่ดีมากๆ — มีห้องน้ำสาธารณะ จุดพักตลอดทาง จุดนี้ผมดูไว้เห็นเขียนว่าเป็นจุดกางเต็นท์ก็เลยแวะดู แต่คงไม่ได้มานอนตรงนี้แน่ๆ เพราะแค่ต้นทางเอง เหมือนว่าจะปิดให้บริการอยู่นะ แต่ก็มีพี่นักท่องเที่ยวแวะเข้าห้องน้ำ พักรถกัน

เช้านี้ผมพกเสบียงมานิดหน่อยเผื่อฉุกเฉินว่าไม่มีอะไรขาย (ดีนะที่มี 555) — มีแซนด์วิชร้านป้าอาหารเช้าข้างทาง แอปเปิ้ลหนึ่งลูก แล้วก็ขนมปังจากเมื่อคืนที่ซื้อมาทั้งแถว





ผมยืนคุยอยู่กับพี่ที่ขับมอเตอร์ไซค์สอบถามถึงเส้นทางข้างหน้า มีร้านค้าเปิดบ้างมั๊ย — คำตอบคือ บอดสนิท
นี่คงเป็นเพราะแผ่นดินไหว ผมคิดอยู่ซักพัก มีความคิดแวบมาในหัวว่ากลับดีกว่ามั้ง แต่คือผมเป็นคนไม่ค่อยกลัวอะไรเท่าไหร่ ไม่กินอะไรเลยผมก็อยู่ได้แหละ แต่เรายังมีแอปเปิ้ลหนึ่งลูกแล้วก็ขนมปังหนึ่งแถว ข้างหน้าก็ยังมีสถานีตำรวจและบ้านคนอยู่ประปราย ถึงร้านค้าจะไม่เปิดก็เถอะ — เอาละ ไปกันต่อเลย














ผมคิดว่าก็ดีเหมือนกัน เย็นสบายดี ฝนก็ไม่ได้ตกหนักมาก ตกหนักเราก็หาที่หยุดพักแหละ




ผมเล็งจุดจอดรถตรงนี้ไว้ 1 ที่ละกัน — มีศาลาให้เราได้กางเต็นท์จะได้ไม่โดนฝน มีห้องน้ำด้วย ข้างในห้องน้ำผมเห็นถังน้ำใหญ่ๆ ใส่น้ำไว้หลายที่ตอนแวะเข้าห้องน้ำ เอางั้นเรากางเต็นท์ที่นี่วันนี้คงจะได้อาบน้ำแล้วหละ



ผมดูในแผนที่ อีก 10 กม.จะมี hotel และร้านอาหารเล็กๆ ผมคิดว่าก็คงปิดแหละ แต่เผื่อฟลุ๊กละกัน ผมไม่ได้ต้องการหานอนโรงแรมหรอก แต่ผมอยากหาเสบียงมากกว่า ผมกินแอปเปิ้ลไปหมดแล้ว ขนมปังก็เหลือไม่กี่แผ่น และข้างๆ ยังมี community center ด้วย — ผมก็ไม่รู้มันคืออะไรหรอก แต่ยังมีเวลาเหลือก็ไปต่ออีกซักหน่อยละกัน


แต่ที่ไหนได้ ฝนกลับมาตกหนักอีกที หมอกก็หนาจนไฟหน้าจักรยานส่องไปแทบมองไม่เห็น ทำให้ต้องปั่นช้าๆ และ 10 กม.ที่คิดว่าไม่ไกล มันดันเป็นเนินชันขึ้นเรื่อยๆ อากาศเริ่มหนาว ผมตัดสินใจปั่นไปให้ถึง ไม่ย้อนกลับไปกางเต็นท์ที่จุดพักรถ — และสุดท้าย hotel มันปิดจริงๆ แหละ
แต่ผมรู้แล้วว่า community center คืออะไร — พูดง่ายๆ มันคือศาลาเอนกประสงค์ ที่ตอนนี้กลายเป็น ที่พักของคนงานที่มาซ่อมทาง




ใครอยากดูมุม Drone ดูในคลิปนี้ ช่องนี้ถ่ายมาพอดีเลยครับ: https://youtu.be/TO2TCSyU32c?si=P7RdCWGTC2QuZ1if&t=745
`#hehuanshan #tarokonationalpark #wulingpass #TaiwanKOM`
I’m Otto, a full-stack developer based in Bangkok with 9+ years of experience building software. This blog is where I write about my travels, what I learn from work, and the ideas I want to keep. It is a personal archive for stories, notes, photos, and thoughts I may want to revisit later.
Travelถึงยอด Wuling Pass จุดสูงสุดของถนนในไต้หวัน (3,275 ม.) — 10 กิโลเมตรสุดท้ายของ Taiwan KOM ที่ต้องหยุดพักทุก 100 เมตร พร้อมเรื่องเล่าจากป้าคนไทยที่ Hehuanshan
Travelประเทศแรกที่พาจักรยานออกไปต่างแดน ตั้งแต่วันแรกก็พลาดเรื่องสนามบิน — 9 วันจาก Taoyuan ไป Taipei, Yilan, จนถึง Hualien
Travelจากคนที่ไม่ค่อยชอบเดิน trek หลังจบทริป Mardi Himal 5 วัน กลับติดใจจนสัญญากับตัวเองว่าต้องกลับมาเนปาลอีกแน่ — รีวิวค่าใช้จ่าย อาหาร วัฒนธรรม และทริปวันต่อวัน